เพิ่มคุณค่าระบบ CMMS ด้วยการกำหนดเป้าหมาย ภาคที่ 3

2017-12-13

ด้วยการกำหนดเป้าหมายที่วัดได้


      เป้าหมายของการนำเอาระบบ CMMS มาใช้จะต้องสนับสนุนวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ และจะต้องวัดได้ในช่วงเวลาที่กำหนดโดยสามารถแสดงระยะหรือขั้นตอนของความสำเร็จตามเส้นทางที่จะนำไปสู่วัตถุประสงค์ดังกล่าว การกำหนดเป้าหมายสามารถทำได้โดยการพิจารณาระบบ CMMS ที่ใช้งานอยู่หรือกำลังที่จะนำมาใช้งานว่าจะให้ข้อมูลในรูปของรายงานต่างๆอะไรบ้างซึ่งสามารถนำมากำหนดเป็นเป้าหมายที่วัดได้และแสดงถึงระยะหรือขั้นตอนของความสำเร็จบนเส้นทางที่นำไปสู่วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

       วัตถุประสงค์ส่วนแรกของการนำเอาระบบ CMMS มาใช้ก็คือการเพิ่มประสิทธิผลเครื่องโดยรวมให้สูงสุด และเมื่อพิจารณารายงานที่จะได้จากระบบ CMMS ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์นี้โดยทั่วไปจะเป็นรายงานการหยุดเครื่องจักรในช่วงระยะเวลาต่างๆ ซึ่งก็สามารถนำมากำหนดเป้าหมายสำหรับวัตถุประสงค์ส่วนแรกนี้ได้คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ของการหยุดเครื่องจักรที่จะลดลง ( การเพิ่มประสิทธิผลเครื่องจักรโดยรวมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ) ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยการตรวจสอบการชำรุดเสียหายที่ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรและอุปกรณ์จากข้อมูลที่จะได้จากระบบ CMMS ได้แก่ ประวัติของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย และประวัติของเครื่องจักรและอุปกรณ์แบบและชนิดเดียวกัน พยายามหาข้อแตกต่างและพิจารณาดูว่าข้อแตกต่างนี้มีผลต่ออายุการใช้งานที่ยาวกว่าหรือสั้นกว่าหรือไม่ และพิจารณาดูต่อไปว่าทำไมเครื่องจักรและอุปกรณ์แบบและชนิดเดียวกันนี้จึงไม่ชำรุดเสียหาย

      วัตถุประสงค์ส่วนแรกลำดับต่อไปก็คือความต้องการให้การปฏิบัติงานบำรุงรักษาทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และเมื่อพิจารณาจากรายงานที่ได้จากระบบ CMMS แล้วก็จะมีเป้าหมายซึ่งแสดงถึงความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานที่สามารถกำหนดได้หลายเป้าหมาย ได้แก่ เปอร์เซ็นต์ของงานที่ต้องทำซ้ำซึ่งถ้าสูงก็แสดงว่าการปฏิบัติงานบำรุงรักษาอาจยังไม่ถูกต้องและ/หรือไม่ได้ทำการแก้ไขที่สาเหตุที่แท้จริงของการชำรุดขัดข้อง เปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาที่มีแผนและเปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาที่ไม่มีแผน ซึ่งถ้าเปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาที่มีแผนสูงและเปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาที่ไม่มีแผนต่ำก็แสดงว่าการวางแผนงานบำรุงรักษาเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าเปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาที่มีแผนต่ำและเปอร์เซ็นต์ของงานบำรุงรักษาสูงก็แสดงว่าการวางแผนงานบำรุงรักษายังไม่เหมาะสมและ/หรือไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้หากต้องการพิจารณาถึงวิธีการบำรุงรักษาแต่ละวิธีว่าเหมาะสมและมีประสิทธิผลหรือไม่ก็สามารถดูได้จากผลของวิธีการบำรุงรักษานั้นๆที่มีต่อความเชื่อถือได้ของเครื่องจักรและอุปกรณ์ ถ้าวิธีการบำรุงรักษาที่ปฏิบัติต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ไม่มีผลต่อความเชื่อถือได้ก็แสดงว่าวิธีการบำรุงรักษาดังกล่าวไม่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น การบำรุงรักษาป้องกันที่ปฏิบัติต่อมอเตอร์ไฟฟ้า กำหนดให้มีการวัดความต้านทานของฉนวนของมอเตอร์แต่ไม่มีเกณฑ์ในการประเมินค่าความต้านทานที่วัดได้ ค่าความต้านทานของฉนวนที่วัดได้ก็จะไม่มีความหมาย ซึ่งก็แสดงว่าการบำรุงรักษาที่ปฏิบัติต่อมอเตอร์ดังกล่าวก็จะไม่มีประโยชน์เพราะไม่ได้เพิ่มความเชื่อถือได้ของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นๆเลย เป็นต้น

 

ที่มา
CMMS Learning Center
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
บริษัท ไอเอส ซอฟต์แวร์ จำกัด