P M I I

Loading

Artboard_4

ทำไมการวัดผลงานซ่อมบำรุงถึงสำคัญ?

ในยุคที่ทุกวินาทีของการผลิตที่มีค่า คุณเคยสงสัยไหมว่า องค์กรชั้นนำประเมินประสิทธิผล ของงานซ่อมบำรุงด้วยอะไร? 

       เพราะการวัดผลงานซ่อมบำรุงที่แม่นยำ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ ‘ซ่อมเสร็จ’ แต่คือการใช้ตัวเลขเหล่านี้ในการวางแผนเพื่อลดการสูญเสีย และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร ….. วันนี้เรามาทำความเข้าใจ 3 ตัวชี้วัดสำคัญ ที่ช่วยแปลงข้อมูลการซ่อมบำรุงให้กลายเป็นแผนกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มกำไรในอนาคต

01 : MTBF (Mean Time Between Failures) - เวลาเฉลี่ยระหว่างความล้มเหลว

คือ เวลาเฉลี่ยที่เครื่องจักรทำงานได้โดยไม่มีการเสีย นับตั้งแต่ซ่อมเสร็จครั้งหนึ่งจนถึงล้มเหลวครั้งถัดไป

 คิดง่าย ๆ  ถ้าเปรียบเครื่องจักรเป็นรถยนต์ MTBF คือระยะทางที่วิ่งได้ก่อนจะเข้าศูนย์ซ่อมครั้งถัดไป

สูตรการคำนวณ

MTBF = เวลาการทำงานทั้งหมด/จำนวนครั้งที่เสีย

ตัวอย่าง

บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งมีเครื่องจักรที่

  • ทำงานรวม 2,400 ชั่วโมง/เดือน
  • เสีย 6 ครั้ง

= 2,400/6 = 400 ชั่วโมง

: หมายความว่า  เครื่องจักรทำงานได้เฉลี่ย 400 ชั่วโมง ก่อนจะเกิดปัญหาครั้งถัดไป

———————

เป้าหมาย

– ตัวเลขที่สูงขึ้น = เครื่องจักรแข็งแรงและเชื่อถือได้มากขึ้น
– แสดงถึงคุณภาพของการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
– ช่วยวางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น

02: MTTR (Mean Time To Repair) - เวลาเฉลี่ยในการซ่อมแซม

 

คือ ระยะเวลาเฉลี่ยที่ต้องใช้ในการซ่อมแซม นับตั้งแต่ช่างเริ่มดำเนินการซ่อมจนกระทั่งเครื่องจักรกลับมาทำงานได้ตามปกติ

คิดง่าย ๆ เวลาที่ช่างใช้ในการซ่อมจริง ๆ ตั้งแต่เริ่มงานจนเสร็จ

MTTR

สูตรการคำนวณ

MTTR = เวลาซ่อมแซมรวมทั้งหมด/จำนวนครั้งที่ซ่อม

ตัวอย่าง

โรงงานผลิตอาหารมีการซ่อมเครื่องบรรจุภัณฑ์

  • ซ่อมทั้งหมด 15 ครั้ง/เดือน
  • ใช้เวลารวม 60 ชั่วโมง

= 60/15 = 4 ชั่วโมง

: หมายความว่า การซ่อมแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ย 4 ชั่วโมง

———————

เป้าหมาย

– ตัวเลขที่ต่ำลง = ซ่อมเร็วขึ้น มีทักษะ และความพร้อมมากขึ้น
– แสดงถึงประสิทธิภาพของทีมช่าง และระบบสนับสนุน
– ลด Downtime และเพิ่มเวลาการผลิต

03 : MWT (Mean Waiting Time) - เวลาเฉลี่ยในการรอคอย

คือ ระยะเวลาเฉลี่ยที่เครื่องจักรหยุดรอการซ่อมแซม นับตั้งแต่มีการแจ้งปัญหาจนกระทั่งช่างเริ่มดำเนินการซ่อมจริง

คิดง่าย ๆ เวลาที่เสียไปกับการรอ ก่อนที่จะเริ่มซ่อมได้

สาเหตุที่ทำให้ต้องรอ

 

  1. – ช่างกำลังซ่อมเครื่องอื่นอยู่
  2. – ต้องสั่งซื้ออะไหล่จากต่างประเทศ

 

3. – รอผู้บริหารอนุมัติงบประมาณ

4. – ต้องการช่างที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน

MWT

สูตรการคำนวณ

MWT = เวลารอคอยรวมทั้งหมด/จำนวนครั้งที่แจ้งซ่อม

ตัวอย่าง

โรงงานผลิตยานยนต์มีการแจ้งซ่อมเครื่องปั๊ม

  • แจ้งซ่อมทั้งหมด 20 ครั้ง/เดือน
  • รอคอยรวม 100 ชั่วโมง

=100/20=5 ชั่วโมง

 

: หมายความว่า ต้องรอเฉลี่ย 5 ชั่วโมง ก่อนจะเริ่มซ่อมได้

———————

เป้าหมาย

– ตัวเลขที่ต่ำลง = การบริหารจัดการอะไหล่และบุคลากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
– แสดงถึงความพร้อมของระบบสนับสนุนการซ่อมบำรุง
– ลดเวลา Downtime ที่ไม่จำเป็น

บทบาทของระบบ CMMS เครื่องมือแห่งการเปลี่ยนแปลง

คือระบบซอฟต์แวร์จัดการงานซ่อมบำรุงที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนกิจกรรมการซ่อมบำรุงประจำวันให้เป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์

เก็บข้อมูลอย่างไร?

การบันทึก MTBF

─ บันทึกเวลาเริ่มทำงานของเครื่อง

─ ติดตามระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง (Run Time)

─ บันทึกเหตุการณ์เมื่อเครื่องเสีย

─ คำนวณ MTBF อัตโนมัติ

การบันทึก MTTR

─ บันทึกเวลาที่ช่างเริ่มซ่อม

─ ติดตามความคืบหน้าของงาน

─ บันทึกอะไหล่ที่ใช้

─ บันทึกเวลาที่ซ่อมเสร็จ

─ คำนวณ MTTR อัตโนมัติ

การบันทึก MWT

─ บันทึกเวลาที่แจ้งปัญหา

─ ติดตามสถานะการรอคอย

─ บันทึกเวลาที่เริ่มซ่อม

─ คำนวณ MWT อัตโนมัติ

 

      ความแม่นยำของข้อมูลใน CMMS จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการคำนวณ KPIs เหล่านี้ และนำไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ